สำนักผู้นำสูงสุดซัยยิด อาลี คาเมเนอี

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม กล่าวในคุฏบะฮ์นมาซวันอีดฟิฎร์

“รัฐเถื่อนไซออนิสต์จะต้องถูกถอนรากถอนโคนออกจาก ภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างแน่นอน”

เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (31 มีนาคม 2025 )  พิธีนมาซวันอีดฟิฏร์ อันจำเริญ ได้ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และน่าจดจำ โดยมีประชาชาติ ผู้ศรัทธาและเปี่ยมด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีเข้าร่วมอย่างหนาแน่นทั่วทั้งประเทศอันทรงเกียรติยิ่ง ณ กรุงเตหะราน เมืองหลวงของประเทศ ประชาชนจำนวนมหาศาลได้เข้าร่วมพิธีนมาซวันอีดฟิฎร์ โดยมีหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังในความโปรดปรานและความช่วยเหลือจากพระผู้เป็นเจ้า พิธีนมาซได้ถูกนำโดยท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ณ มุศ็อลลา กรุงเตหะราน และตามท้องถนนโดยรอบ

ในคุฏบะฮ์แรก ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ได้กล่าวอวยพรเนื่องในวันอีดฟิฎร์แก่ประชาชาติอิหร่านและประชาชาติมุสลิมทั่วโลก รวมถึงอวยพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่และวันที่ 12 ฟัรวัรดีน (วันแห่งการกำหนดสาธารณรัฐอิสลามในฐานะเป็นรัฐที่ได้รับการเลือกสรรโดยประชาชน) โดยท่านผู้นำกล่าวว่า “เดือนรอมฎอนในปีนี้ เป็นเดือนแห่งการพัฒนาหัวใจและจิตวิญญาณที่ควบคู่ไปกับความพยายามทางการเมืองและความเคลื่อนไหวด้านศรัทธาของประชาชาติ”

 ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า  เดือนรอมฎอนเป็นหนึ่งในความโปรดปรานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพระผู้เป็นเจ้า เป็นปรากฏการณ์แห่งเอกานุภาพของพระองค์ และเป็นโอกาสที่พระผู้อภิบาลทรงประทานแก่ปวงบ่าวของพระองค์ เพื่อให้มีความยำเกรงและเข้าใกล้ชิดต่อพระองค์มากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการชำระจิตวิญญาณให้สะอาดบริสุทธิ์และเป็นการชุบชีวิตทางจิตวิญญาณอีกครั้ง โดยท่านกล่าวเสริมว่า “การถือศีลอด การเชื่อมความผูกพันธ์กับอัลกุรอาน ค่ำคืนลัยละตุลก็อดร์ และการตะวัซซุล การวิงวอน ถือเป็นโอกาสอันล้ำค่าที่ช่วยหล่อหลอมและสร้างมนุษย์ในเดือนรอมฎอนอันจำเริญนี้”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า ความผูกพันธ์กับอัลกุรอานที่เพิ่มขึ้น การบริจาคทาน และการจัดเลี้ยงละศีลอดในมัสญิด สถานที่สำคัญทางศาสนา และพื้นที่สาธารณชน รวมถึงการมีส่วนร่วมอย่างคึกคักของประชาชนจากทุกช่วงวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บรรดาเยาวชน ในพิธีการตะวัซซุลและการวิงวอน เป็นภาพสะท้อนของเดือนรอมฎอนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของประชาชาติอิหร่าน โดยท่านกล่าวว่า “ทุกคนควรพยายามที่จะรักษาคุณค่าและผลลัพธ์ทางจิตวิญญาณที่ได้รับจากเดือนอันยิ่งใหญ่นี้ไปจนถึงเดือนรอมฎอนในปีถัดไป”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังได้กล่าวยกย่องการเดินขบวนอันยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยความหมายของประชาชาติในวันอัลกุดส์สากล ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันศุกร์สุดท้ายของเดือนรอมฎอน โดยท่านกล่าวว่า “การเคลื่อนไหวอันยิ่งใหญ่นี้ มีสาส์นต่างๆที่สำคัญอย่างมากมายสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจและรู้จักประชาชาติอิหร่าน ซึ่งได้เข้าถึงหูของพวกเขาแล้ว”

ในคุฏบะฮ์ที่สองของนมาซวันอีดฟิฎร์ ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ถือว่า การสังหารหมู่และการสังหารเด็กในฉนวนกาซ่าและเลบานอนโดยระบอบรัฐเถื่อนไซออนิสต์อย่างต่อเนื่อง ได้ทำให้ประชาชาติมุสลิมต้องประสบกับความขมขื่นในเดือนรอมฎอน โดยท่านกล่าวว่า “การก่ออาชญากรรมเหล่านี้เกิดขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนและการช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ที่ให้การสนับสนุนแก๊งอาชญากรที่ยึดครองปาเลสไตน์”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า ระบอบรัฐเถื่อนไซออนิสต์ เป็นกองกำลังตัวแทนของพวกนักล่าอาณานิคมในภูมิภาค โดยท่านกล่าวเสริมว่า “คำพูดที่ซ้ำซากของพวกชาติตะวันตกที่มักกล่าวหา ประชาชาติ ผู้กล้าหาญ และเยาวชนที่มีเกียรติในภูมิภาคว่า เป็นกองกำลังตัวแทน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว มีเพียงระบอบที่เสื่อมทรามนี้เท่านั้นที่เป็นกองกำลังตัวแทนที่แท้จริง โดยมีหน้าที่ก่อความรุนแรง สังหารหมู่ และการรุกรานประเทศอื่นๆ เพื่อสานต่อแผนการของนักล่าอาณานิคมที่เข้ามาควบคุมภูมิภาคนี้ หลังจากสงครามโลก”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังได้ชี้ให้เห็นถึงข้ออ้างของพวกนักล่าอาณานิคมที่บอกว่า ตนเป็นฝ่ายต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งพวกเหล่านี้ได้ใช้เงินตราและการสื่อสารเข้าครอบงำโลก โดยท่านกล่าวว่า “พวกชาติเหล่านี้ที่กล่าวหาการปกป้องสิทธิและแผ่นดินของประชาชาติว่า เป็นการก่อการร้ายและอาชญากรรม กลับเมินเฉยต่อการก่อการร้ายอย่างเปิดเผยหรือให้การช่วยเหลือต่ออาชญากรรมของระบอบรัฐเถื่อนไซออนิสต์”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสสลาม ยังได้ชี้ให้เห็นถึงการลอบสังหารบุคคลสำคัญ เช่น อะบูญิฮาด ฟัตฮี ชะกอกี เชคอะห์หมัด ยาซีน และ อิมาด มุฆนียะฮ์ ในประเทศต่าง ๆ โดยฝีมือของระบอบรัฐเถื่อนไซออนิสต์ รวมถึงการลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์ชาวอิรักหลายคนในการปฏิบัติการของรัฐเถื่อนนี้ โดยท่านกล่าวว่า “สหรัฐฯ และบางประเทศชาติตะวันตก ต่างให้การสนับสนุนต่อการกระทำอันกระจ่างชัดเหล่านี้ ในขณะที่ประชาคมโลกส่วนใหญ่เพียงเฝ้าดูเท่านั้น”

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ได้กล่าวประณามการเพิกเฉยของบรรดาผู้ที่อ้างตนเป็นผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชนต่อการเสียชีวิตของเด็กชาวปาเลสไตน์กว่า 20,000 คนในช่วงเวลาน้อยกว่าสองปีที่ผ่านมา โดยท่านผู้นำกล่าวว่า “แน่นอนว่า ประชาคมโลก รวมถึงในยุโรปและสหรัฐฯ  ซึ่งได้รับข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมเหล่านี้โดยประมาณ พวกเขากำลังออกมารวมตัวประท้วงต่อต้านรัฐเถื่อนไซออนิสต์และสหรัฐฯ และหากมีการเผยแพร่ข้อมูลอย่างครบถ้วน ประชาชาติทั้งหลายก็จะขยายการประท้วงของตนมากยิ่งขึ้น”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลามกล่าวสรุปข้อเท็จจริงเหล่านี้ โดยท่านได้เน้นย้ำว่า “กลุ่มอาชญากรและผู้ชั่วร้ายนี้ จะต้องถูกถอนรากถอนโคนออกจากปาเลสไตน์และภูมิภาค และด้วยพลานุภาพและอำนาจของพระผู้เป็นเจ้า สิ่งนี้จะเกิดขึ้น ความพยายามในเรื่องนี้ ยังถือเป็นหน้าที่ทางศาสนา จริยธรรม และมนุษยธรรมของมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้”

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ยังชี้ให้เห็นว่า จุดยืนของสาธารณรัฐอิสลามเกี่ยวกับภูมิภาคนี้ยังคงแน่วแน่ โดยท่านผู้นำกล่าวว่า “จุดยืนของเรานั้นยังมั่นคง ขณะที่สหรัฐฯ และระบอบรัฐเถื่อนไซออนิสต์ก็ยังคงเป็นศัตรูเช่นเดิม”

ในช่วงท้ายของคุฏบะฮ์ที่สอง ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ได้กล่าวถึงถ้อยแถลงเชิงข่มขู่ของสหรัฐฯครั้งล่าสุด โดยถือว่า สองประเด็นสำคัญที่จะต้องทราบ มีดังนี้  ประการแรก หากมีการกระทำอันชั่วร้ายจากต่างประเทศ แน่นอนว่า มีความเป็นไปได้จะไม่มากนัก ฝ่ายตรงข้ามก็จะได้รับการตอบโต้ที่รุนแรงอย่างแน่นอน และประการที่สอง หากศัตรูพยายามก่อความไม่สงบภายในประเทศเหมือนที่เคยกระทำในอดีตที่ผ่านมา ประชาชาติก็จะตอบโต้ผู้ก่อความวุ่นวายอย่างหนักแน่นเช่นเดียวกับในอดีตที่ผ่านมา

 

 

700 /