สำนักผู้นำสูงสุดซัยยิด อาลี คาเมเนอี

ประชาชนจากหลากหลายภาคส่วนเข้าพบท่านผู้นำสูงสุดในวันขึ้นปีใหม่ศักราชที่ 1404

หากผู้ใดก็ตาม กระทำการที่ชั่วร้ายต่อประชาชาติอิหร่าน พวกเขาจะถูกตบหน้า

บรรดาประชาชนจากหลากหลายภาคส่วน  เข้าพบท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม เนื่องในวันแรกของปีใหม่ศักราชที่ 1404  โดยท่านผู้นำถือว่า ขนบประเพณีของชาวอิหร่านที่เริ่มต้นปีใหม่ด้วยการขอดุอาอ์และการตะวัซซุล รวมถึงการรวมตัวกันในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นสัญลักษณ์แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ทางจิตวิญญาณของประชาชาติที่มีต่อเทศกาลอีดโนรูซ และท่านยังได้อธิบายถึงผลของการขอดุอาอ์และการยืนหยัดที่นำไปสู่ชัยชนะครั้งใหญ่ของแนวร่วมฝ่ายสัจธรรมในตลอดช่วงประวัติศาสตร์ พร้อมทั้งกล่าวว่า “ปีที่ผ่านมาเป็นปีแห่งความอดทน การยืนหยัด และการแสดงออกถึงพลังทางจิตวิญญาณของประชาชนชาวอิหร่าน และท่านยังได้อธิษฐานขอให้ปีใหม่นำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ประชาชาติทุกคน โดยท่านได้อธิบายถึงหน้าที่ของประชาชนและรัฐบาลในการทำให้คำขวัญของปีนี้คือ การลงทุนเพื่อการผลิต  เกิดขึ้นจริง รวมถึงการปรับปรุงสภาพเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนอีกด้วย”

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ยังได้ชี้ให้เห็นถึงความเกลียดชังของประชาชนทั่วโลกที่มีต่ออาชญากรรมของระบอบรัฐเถื่อนไซออนิสต์ ที่ไร้ความปรานี และท่านถือว่า การใช้ภาษาข่มขู่กับประชาชาติอิหร่านนั้นไร้ผลและล้มเหลว โดยท่านกล่าวเสริมว่า “ประชาชาติและศูนย์กลางของแนวร่วมมุกอวะมะฮ์ รวมถึง ประชาชาติปาเลสไตน์ เลบานอน และเยเมน ยังคงยืนหยัดต่อสู้กับระบอบที่ชั่วร้ายและทุจริตนี้ด้วยแรงจูงใจจากภายในและความศรัทธามั่น”

ในช่วงต้นของการกล่าวปราศรัย ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลามได้ชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของเหล่าศัตรูในการทำให้ประชาชนห่างไกลจากจิตวิญญาณ และท่านผู้นำถือว่า ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับท่านอะมีรุลมุอ์มินีน อะลี (อ.) ซึ่งเป็นจุดสูงสุดแห่งความยุติธรรม ความยำเกรง และการให้อภัย โดยท่านกล่าวเสริมว่า “ประชาชาติอิหร่านและประชาชาติอิสลามทั่วโลกจะต้องศึกษาหนังสือ นะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์  เพื่อเรียนรู้บทเรียนต่างๆจากท่านอิมามอะลี (อ.)  และผู้ที่เคลื่อนไหวด้านวัฒนธรรมจะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อการศึกษาและสอนหนังสืออันยิ่งใหญ่เล่มนี้อีกด้วย”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า คืนลัยละตุลก็อดร์ เป็นโอกาสอันทรงคุณค่าสำหรับการขอดุอาอ์และการวิงวอนต่อพระผู้เป็นเจ้า โดยท่านกล่าวเสริมว่า “แต่ละชั่วโมงของคืนเหล่านี้มีค่าเท่ากับอายุขัยหนึ่งชีวิต และการขอพรต่อพระเจ้า โดยเฉพาะบรรดาเยาวชนสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของพวกเขาและของประชาชาติได้”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังได้ยกหลักฐานจากโองการอัลกุรอาน ถือว่า การตอบรับคำขอพรของพระผู้เป็นเจ้า และผลต่างๆในชีวิตทางโลกนี้และปรโลกนั้น เป็นสิ่งที่แน่นอน โดยท่านกล่าวเสริมว่า “แน่นอนว่า ด้วยเงื่อนไขที่ว่า เราจะต้องไม่สร้างอุปสรรคในการตอบรับดุอาอ์ด้วยตนเอง”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังถือว่า วิถีของบรรดาศาสดาในการเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ คือ การตะวัซซุล ดุอาอ์ การยืนหยัดและความอดทน โดยท่านกล่าวเสริมว่า “พระผู้เป็นเจ้าทรงตอบรับดุอาอ์ของท่านศาสดามูซา ด้วยการยืนหยัด ความอดทน และความหวัง และสุดท้าย เช่นกัน ชาวบนีอิสรออีลที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากฟิรเอาน์ (ฟาโรห์) มาอย่างยาวนานและการใช้ค่าใช้จ่ายอย่างมากมายก็ได้เห็นถึงความพินาศของเขาด้วยสายตาของตนเอง”

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ยังชี้ให้เห็นถึงค่าใช้จ่ายของแนวร่วมฝ่ายสัจธรรมที่จะต้องจ่ายในการต่อสู้กับฝ่ายอธรรม โดยท่านผู้นำกล่าวเสริมว่า “เราจะต้องมองเหตุการณ์ต่างๆในปี 1403 ด้วยสายตานี้ที่ว่าในการต่อสู้ระหว่างฝ่ายสัจธรรมและอธรรม ชัยชนะจะอยู่กับฝ่ายสัจธรรมอย่างแน่นอน แต่เราจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายในเส้นทางนี้ เช่นเดียวกับที่ซุนนะฮ์นี้ของพระเจ้าที่เกิดขึ้นในช่วงยุคสมัยการป้องกันอันศักดิ์สิทธิ์”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังชี้ให้เห็นถึงการสูญเสียบุคคลที่ยิ่งใหญ่ของอิหร่านและเลบานอนในปีที่ผ่านมา ถือเป็นผลลัพธ์สุดท้ายของการอดทนต่อเหตุการณ์ที่ขมขื่นเหล่านี้และความอดทนและการขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า คือ ความพ่ายแพ้ของเหล่าศัตรู โดยเฉพาะระบอบรัฐเถื่อนไซออนิสต์ที่ทุจริต ชั่วร้าย และโหดร้าย โดยท่านยังเน้นย้ำว่า “ในปี1403 เป็นปีที่ยากลำบาก ขณะที่พลังแห่งจิตวิญญาณ ความอดทน ความกล้าหาญ และความเสียสละของประชาชาติได้ปรากฏอย่างชัดเจน”

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ยังได้ถือว่า พิธีอำลาศพของชะฮีดราอีซี การเข้าร่วมนมาซวันศุกร์แห่งชัยชนะอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แม้ว่าจะมีการข่มขู่จากศัตรู การเข้าร่วมในการเลือกตั้งประธานาธิบดีด้วยความมุ่งมั่น และพิธีอำลาศพของชะฮีดฮะนีเยห์และผู้บัญชาการอื่นๆที่ถูกลอบสังหาร จากการโจมตีของระบอบรัฐเถื่อนไซออนิสต์ เป็นการแสดงพลังและการมีขวัญกำลังใจทางจิตวิญญาณของประชาชาติ โดยท่านผู้นำกล่าวเสริมว่า การเดินขบวนครั้งประวัติศาสตร์ในวันที่ 22 บะฮ์มัน เป็นจุดสูงสุดของกระบวนการนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีของประชาชาติอิหร่านต่อการปฏิวัติอิสลามและความรักของประชาชนที่มีต่อสาธารณรัฐอิสลาม โดยแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนต่อสายตาของเหล่าผู้หยิ่งยะโสและพวกมุนาฟิก อีกทั้งยังทำให้โลกได้รู้จักประชาชาติอิหร่านอีกด้วย”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า การเข้าใจลักษณะพิเศษและอัตลักษณ์ของประชาชาติ เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นในประเทศ ด้วยเช่นเดียวกัน โดยท่านกล่าวเสริมว่า “การประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ สามารถที่จะทำให้ประชาชนทุกคนหดหู่และสิ้นหวังได้ แต่ประชาชนอิหร่านมีความเข้มแข็งและกล้าหาญได้เข้าสู่สนามและปกป้องรัฐอิสลาม แม้จะมีปัญหาต่างๆทั้งหมดในปีที่ผ่านมาก็ตาม

นอกจากนี้ ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังได้ชี้ให้เห็นถึงเหตุการณ์เหมืองถ่านหินในเมืองตะบัซที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 50 คน ถือว่า เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ขมขื่นในปี 1403 และท่านกล่าวถึงการทำงานและความพยายามของประชาชนในการพัฒนาและความก้าวหน้า โดยท่านกล่าวเสริมว่า “ประชาชนและนักขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจไม่ได้ละเลยหน้าที่ของตน และในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีโครงการขนาดเล็กและขนาดใหญ่จำนวนมากที่เปิดตัว ซึ่งแน่นอนว่า ควรที่จะมีการดำเนินการและการขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง”

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ถือว่า เหตุผลที่ให้ความสำคัญและเน้นย้ำกับการบรรลุคำขวัญของปีต่างๆที่ผ่านมา เนื่องจากการผลิตนั้น มีผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยท่านยังได้อธิบายถึงหน้าที่ของประชาชนและทั้งสามสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาล สำหรับการทำให้คำขวัญของปีใหม่นี้ คือ การลงทุนเพื่อการผลิต เกิดขึ้นจริง

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังกล่าววิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่เมื่อได้ยินคำว่า การลงทุนเพื่อการผลิตแล้วมักจะคิดถึงแต่การลงทุนจากต่างประเทศ โดยท่านกล่าวว่า “วัตถุประสงค์ของเรา คือ การลงทุนภายในประเทศ และการนำสภาพคล่องที่มีอยู่ไปสู่ภาคการผลิต ซึ่งช่างน่าเสียดายที่ในปัจจุบันนี้ กลับนำไปใช้ในการซื้อทองคำ เงินตราต่างประเทศ และที่ดิน ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาในระบบเศรษฐกิจ”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า การลงทุนในภาคการผลิต ไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ล้วนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และมีความจำเป็นทั้งสิ้น โดยท่านกล่าวว่า “ประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะมีเงินและมีทรัพยากรที่จำกัดสำหรับการสร้างการผลิตขนาดเล็กหรือนักขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ควรที่จะลงทุนทรัพย์สินของพวกเขาในการผลิต”

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ถือว่า การเตรียมการและการอำนวยความสะดวกในการลงทุนของประชาชน เป็นหน้าที่สำคัญของรัฐบาลในการทำให้คำขวัญของปีนี้ เกิดขึ้นจริง โดยท่านกล่าวเสริมว่า “การลงทุน จะต้องมีหลักประกันด้านความปลอดภัย และทั้งสามสภา จะต้องทำงานอย่างเต็มที่และมีความจริงจังในเรื่องนี้”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังชี้ให้เห็นถึง การเกินเลยและการขาดการควบคุมในเรื่องการกำกับดูแล โดยท่านกล่าวว่า “บางครั้งไม่มีข่าวจากหน่วยงานกำกับดูแลของหน่วยงาน รัฐบาล และฝ่ายตุลาการสูงสุด และบางครั้งก็มีความเข้มงวด จนไม่สามารถทำงานได้”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า การทำให้กฎหมายและระเบียบข้อบังคับมีเสถียรภาพ และการลดระยะเวลาในการขอใบอนุญาตดำเนินธุรกิจ เป็นสองมาตรการสำคัญที่จำเป็นจะต้องดำเนินการโดยเร็ว โดยท่านผู้นำกล่าวว่า “ รัฐบาลจะต้องเร่งมือในการปฏิบัติตามภารกิจเหล่านี้”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังถือว่า การป้องกันการนำเข้าสินค้าที่สามารถผลิตได้ภายในประเทศ และการให้ข้อมูลเกี่ยวกับช่องทางการลงทุนแก่ประชาชนโดยตรงจากเจ้าหน้าที่และนักขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจ เป็นมาตรการสำคัญอีกสองประการ โดยท่านกล่าวว่า “เจ้าหน้าที่รัฐฯ มีความตั้งใจที่จะปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของประชาชน แต่ทว่า การบรรลุเป้าหมายนี้ไม่ได้เป็นไปได้เพียงแค่ผ่านมาตรการสนับสนุนเท่านั้น แต่จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาจากรากฐาน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การลงทุน”

ในอีกช่วงหนึ่งของคำปราศรัย ท่านผู้นำสูงสุดได้กล่าวแสดงความเห็นเกี่ยวกับถ้อยแถลงหลายครั้งของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนี ได้เน้นย้ำให้เห็นว่า สหรัฐฯ ควรรู้ว่าในการเผชิญหน้ากับอิหร่าน พวกเขาจะไม่มีทางประสบความสำเร็จโดยผ่านการข่มขู่ พร้อมทั้งท่านผู้นำกล่าวว่า “พวกเหล่านี้ หรือ หากผู้ใดก็ตาม กระทำการที่ชั่วร้ายต่อประชาชาติอิหร่าน พวกเขาจะถูกตบหน้าอย่างรุนแรง”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังกล่าวอธิบายอีกประเด็นหนึ่งเกี่ยวกับการตีความของนักการเมืองชาวสหรัฐฯ และชาวยุโรปที่มองว่า ศูนย์กลางของแนวร่วมมุกอวะมะฮ์ เป็นเพียงกองกำลังตัวแทนของอิหร่าน ถือเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่และถือเป็นการดูหมิ่นกลุ่มต่างๆเหล่านี้ โดยท่านกล่าวว่า “คำว่า ตัวแทน หมายถึงอะไร? ประชาชาติเยเมนและศูนย์กลางแนวร่วมมุกอวะมะฮ์ในภูมิภาค มีแรงจูงใจในตนเองในการต่อสู้กับระบอบรัฐเถื่อนไซออนิสต์ สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านเองก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีตัวแทน จุดยืนของเราและของกลุ่มเหล่านี้ เป็นที่ชัดเจน”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า การยืนหยัดต่อสู้และขบวนการมุกอวะมะฮ์ ในการเผชิญหน้ากับความชั่วร้ายและการกดขี่ของระบอบรัฐเถื่อนไซออนิสต์ เป็นสิ่งที่หยั่งรากลึกในภูมิภาคนี้ โดยท่านกล่าวเสริมว่า “และในช่วงแรกของการยึดครองปาเลสไตน์ เยเมนก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ออกมาต่อต้านความอยุติธรรมนี้ โดยผู้นำของเยเมนในขณะนั้นได้ประกาศคัดค้านการยึดครองปาเลสไตน์ในการประชุมระดับนานาชาติ”

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนี ยังชี้ให้เห็นถึงการขยายตัวของกระแสประท้วงต่อต้านอาชญากรรมของระบอบรัฐเถื่อนไซออนิสต์ไปสู่ประชาชาติที่ไม่ใช่ชาวมุสลิม และการเดินขบวนประท้วงของประชาชนและนักศึกษาในสหรัฐฯ และในยุโรป โดยท่านผู้นำกล่าวว่า “เหล่าผู้นำของชาติตะวันตกต่างไม่ต้องการยอมรับความจริงเหล่านี้ และไม่สนใจเสียงของประชาชนของตนเอง ด้วยเหตุนี้เอง พวกเขาจึงเลือกใช้วิธีการ เช่น การตัดงบประมาณของมหาวิทยาลัยที่นักศึกษาออกมาประท้วงเพื่อสนับสนุนปาเลสไตน์ ซึ่งแน่นอนว่า นี่เป็นตัวอย่างของการอ้างสิทธิ์ของพวกเขาในเรื่องการไหลเวียนของข้อมูลอย่างเสรี ลัทธิเสรีนิยม และสิทธิมนุษยชน”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังเน้นย้ำให้เห็นว่า ประชาชนทั้งหลายได้ต่อต้านความชั่วร้ายของระบอบรัฐเถื่อนไซออนิสต์และยืนหยัดด้วยวิธีการต่างๆที่เป็นไปได้ โดยท่านกล่าวเสริมว่า “สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงต่อความชั่วร้ายเหล่านี้และได้ประกาศจุดยืนและวิธีการของตนเองอย่างชัดเจนว่า จะสนับสนุนบรรดานักสู้ชาวปาเลสไตน์และเลบานอนที่ปกป้องประเทศของพวกเขา”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ได้เน้นย้ำอีกครั้งในการตอบสนองต่อการข่มขู่ของเหล่าผู้ประสงค์ร้ายต่ออิหร่านว่า “เรานั้นไม่เคยเป็นฝ่ายเริ่มต้นในความขัดแย้งหรือการเผชิญหน้ากัน แต่ถ้ามีใครก็ตามที่ก่อความขัดแย้งด้วยความชั่วร้าย พวกเขาจงรู้ไว้ว่า จะถูกตบหน้าอย่างรุนแรงแน่นอน”

 

700 /