การรักษาบรรทัดฐานการปฏิวัติ และ การสร้างสังคมแบบอิสลาม มีความจำเป็นต่อการต่อสู้

กลุ่มนักศึกษาศาสนาสถาบันเฮาซะฮ์เตหะรานเข้าพบท่านผู้นำ

เมื่อช่วงเช้าของวันจันทร์ ที่ผ่านมา (28สิงหาคม) กลุ่มนักศึกษาศาสนาสถาบันเฮาซะฮ์กรุงเตหะรานเข้าพบท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี เป็นการพบปะที่ใช้เวลานานกว่าสามชั่วโมงเต็ม โดยท่านผู้นำได้ชี้ถึงคุณลักษณะพิเศษของการปกครองในระบอบอิสลาม ซึ่งถือว่าเป็นสารและหน้าที่หลักของนักการศาสนา โดยท่านเน้นว่า ในวันนี้ มนุษยชาติโดยเฉพาะบรรดาเยาวชนคนหนุ่มสาวต่างมีความจำเป็นต่อเรื่องราวที่ใหม่ๆ และในอิสลามก็มีเรื่องราวที่ใหม่ และน่าสนใจ เกี่ยวกับมนุษย์ชาติ สังคม และ การเมืองเช่นกัน ซึ่งหากได้ถูกเผยแพร่ ต่อประชาคมโลกได้รับฟัง ก็จะเป็นที่ยอมรับเป็นอย่างมากทีเดียว

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ได้แสดงออกถึงความรู้สึกปลาบปลื้มยินดี ในการพบปะกับนักศึกษาศาสนาที่เป็นเยาวชนทั้งหลาย อีกทั้งท่านยังได้รับฟังคำพูดที่ดีของพวกเขาที่เต็มไปด้วยกับความหวัง โดยท่านยังกล่าวเสริมว่า “พวกท่านเหล่านักเรียนศาสนาวัยรุ่น เปรียบเสมือนดั่งต้นกล้าแห่งสวนฟฤกษาของอิมามัตและวิลายัตที่กำลังเจริญเติบโตขึ้น อีกทั้งความพัฒนาทางด้านความคิดของพวกท่าน รวมถึงการพัฒนาเสริมสร้างความสามารถในเชิงปฏิบัติของพวกท่าน จะสร้างความประหลาดใจอย่างมากต่อผู้อบรมสั่งสอนของพวกท่าน อีกทั้งยังจะทำให้เหล่าศัตรูต้องเกรี้ยวโกรธ”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ได้ชี้ถึงโองการหนึ่งจากอัลกุรอาน ที่กล่าวถึงความโกรธเกรี้ยวของผู้ปฏิเสธจากการรุ่งเรืองของอิสลาม โดยท่านกล่าวว่า “หากศัตรูของอิสลาม และศัตรูการปกครองของ อัล-กุรอาน ไม่รู้สึกโกรธเกรี้ยว ต่อการปกครองของอัลกุรอานและการขับเคลื่อนของพวกเรา เราควรจะต้องสงสัยในการมีประโยชน์ของตนเอง”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า นักการศาสนานั้นคือบุคคล ที่สานต่อหน้าที่ของบรรดาศาสดาโดยกล่าวว่า “ดังที่บรรดาศาสดาทั้งหลายต่างพยายามที่จะสร้างรากฐานในการปกครองโลกด้วยกับอุดมการณ์ ความเชื่อในพระเจ้าเพียงองค์เดียว และการมีชีวิตที่ดีเลิศบริสุทธิ์ เช่นเดียวกัน หน้าที่ๆสำคัญของนักการศาสนาก็คือการสานต่อเจตนารมณ์ของบรรดาศาสดา”

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ยังกล่าวว่า “การสร้างชีวิตที่ดีเลิศบริสุทธิ์ แน่นอนยิ่งจะต้องมีปฏิปักษ์อย่างแน่นอน เหมือนดั่งที่บรรดาศาสดาทั้งหลายซึ่งพวกเขาทั้งหลายต่างก็มีผู้ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อพวกเขา ด้วยเหตุนี้เอง นักการศาสนาจะต้องมีความอุตสาหะและเพียรพยายามในการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งยังจะสามารถสร้างผลที่มีประสิทธิภาพที่ยั่งยืนอีกด้วย”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังชี้ถึงการจัดตั้งระบอบรัฐอิสลามในอิหร่านและโอกาส พิเศษของนักการศาสนาในการปฏิบัติหน้าที่ในยุคปัจจุบัน โดยกล่าวเสริมว่า “การปกครองของอิสลามในสังคม” ถือว่าเป็นคุณลักษณะพิเศษของยุคนี้ นอกเหนือจากนี้ ในระดับสากลยังถือว่า มีช่องว่างทางความคิดที่ได้เกิดขึ้นจากการผสมผสานของแนวความคิดมาร์กซิสต์และเสรีนิยมเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังจะไม่เกิดผลลัพท์ในแนวคิดอันนี้ ฉะนั้น จึงจำเป็นที่อิสลามจะต้องมีคำพูดที่ใหม่ๆในการนำเสนอแนวคิดของอิสลามอีกด้วย”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม เน้นว่า “หากว่าเรามีความสามารถนำเสนอคำพูดใหม่ๆและยังเป็นแรงกระตุ้นในประเด็นมนุษย์ สังคมและการเมือง ให้กับประชาคมโลกได้รับฟัง โดยเฉพาะบรรดาเยาวชนคนหนุ่มสาว แน่นอนที่สุดจะเป็นที่ยอมรับสำหรับพวกเขา”

ท่านอยาตุลลอฮ์ ยังถือว่า ความกว้างขว้างในการสื่อสาร รวมถึงการมีอยู่ของช่องทางต่าง ๆ ที่หลากหลายในกรสื่อสารโดยการสร้างโลก โซเชียล เป็นอีกหนึ่งคุณลักษณะ ที่พิเศษในยุคสมัยนี้เพื่อการเผยแพร่สาสน์อิสลาม โดยท่านกล่าวเสริมว่า “หนึ่งในคุณลักษณะพิเศษของยุคนี้ก็คือ การมีคำถามและข้อสงสัยจำนวนมากมาย เพื่อที่จะให้เรานั้นได้ใช้สติปัญญาของเราในการค้นหาคำตอบของคำถามเหล่านั้น โดยผ่านกรอบและขอบเขตของความรู้”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติ ยังเน้นย้ำว่า “เราจะต้องไม่นิ่งเฉยต่อคำถามและข้อสงสัยที่มากมายเหล่านั้น อีกทั้งยังจะต้องค้นหาคำตอบที่ตรงกับตรรกะและมีความถูกต้อง”

ในส่วนหนึ่งของคำปราศรัยของท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ได้ชี้ถึงบางประเด็นที่นำเสนอโดยนักศึกษาศาสนา โดยท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลามได้กล่าวชี้แนะให้นักศึกษาศาสนา "จงให้ความสำคัญในการศึกษาอย่างจริงจังและในการสนทนาวิชาการ" และท่านยังกล่าวว่า "หนึ่งในเงื่อนไขของสังคม ก็คือ การเพิ่มพูนทางวิชาการความรู้และการปฏิรูปหลักสูตรทางวิชาการ เหมือนดั่งที่ท่านอิมามโคมัยนี ผู้ทรงเกียรติได้ทำให้มีการต่อสู้และการขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ในการปฏิวัติอิสลามเกิดขึ้นมาแล้ว”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังถือว่า มีความจำเป็นในการปฏิรูปทางการศึกษาศาสนาโดยเน้นถึง “วิชาการ” ท่านได้กล่าวว่า “การมีแบบแผน คือ การขีดเส้นทางไปยังจุดหมาย” ด้วยเหตุนี้เอง เราจะต้องมีการวางแบบแผนบนรากฐานความเป็นจริงและมีการคาดการณ์ในการเกิดขึ้นของอุปสรรค และนำไปสู่แนวทางในการแก้ไข”

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ถือว่า แนวทางในการทำลายจุดด้อยและการเข้าถึงสถานะที่น่าเพิงพอใจ การมีเป้าหมายที่มั่นคง การขับเคลื่อนอย่างแน่วแน่ และการต่อสู้ โดยกล่าวว่า “การต่อสู้ หมายถึง การมีความพยายามอุตสาหะอย่างจริงจังในการร่วมมือกันทางความคิด”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า บางคนหรือนักเขียนบางคนที่ได้คิดว่า การต่อสู้และการปฏิวัตินั้นได้สิ้นสุดลงแล้วถือว่า เป็นความคิดที่ผิดอีกทั้งยัง เป็นการทรยศต่อการปฏิวัติ โดยกล่าวว่า “การปฏิวัติได้ทำลายบรรทัดฐานในอดีตและสร้างบรรทัดฐานใหม่ขึ้น และความต่อเนื่องของการปฏิวัติก็คือการบำรุงรักษาบรรทัดฐานใหม่อันนี้ไว้ให้คงอยู่ต่อไป”

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ถือว่า การรักษาและความต่อเนื่องของบรรทัดฐานของการปฏิวัติ คือ สิ่งที่ยากลำบากและจำเป็นต่อการยืนหยัด และต่อสู้อีกด้วย โดยท่านยังกล่าวเสริมอีกว่า “อำนาจที่ต่อต้านหลักการปฏิวัติ และ คัดค้าน สร้างปัญหามาโดยตลอด เช่นเดียวกันพวกเขาได้ปฏิบัติ เช่นนี้ ต่อบรรทัดฐานการปฏิวัติอิสลามอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าเช่นเดียวกับที่ชัยชนะของการปฏิวัติมีความจำเป็นต่อการยืนหยัดต่อสู้เพื่อการสร้างสังคมแบบอิสลาม เช่นเดียวกันนั่นการรักษาความมั่นคงของบรรทัดฐานการปฏิวัติ และ การสร้างสังคมแบบอิสลาม มีความจำเป็นต่อการต่อสู้เช่นกัน”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังชี้ถึงขั้นตอนของการสร้างอารยธรรม โดยกล่าวว่า "ระบอบรัฐอิสลามเกิดขึ้นได้ด้วยกับการขับเคลื่อนในการปฏิวัติ และนี่คือความสำเร็จที่สำคัญ และ ยิ่งใหญ่ แต่ยังคงมีหนทางอันยาวไกลที่จะต้องไปให้ถึงยังจุดหมายที่ต้องการ อีกทั้งการจัดตั้งรัฐอิสลามและสร้างสังคมมุสลิมยังคงไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ โดยไม่เป็นที่สงสัยเลยว่าเรากำลัง ขับเคลื่อนและ พัฒนา บนเส้นทางนี้”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังกล่าวชี้แนะต่อนักศึกษาศาสนาทั้งหลายถึงการมีความยำเกรงและการให้ความสนใจและความผูกพันธ์ในอัลกุรอานและบทขอพร โดยท่านกล่าวอีกว่า "จงรู้ไว้เถิดว่าเส้นทางนี้นั้นมีความต้องการในการเผยแพร่จากการปฏิบัติมากกว่าคำพูด ที่จะต้องเริ่มต้นจากตัวของเราเองเสียก่อน”

ในช่วงท้าย ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ยังเน้นว่า "หากว่า การเล่าเรียนและการสนทนาวิชาการ ที่มีความพร้อมทางด้านสติปัญญารวมกับความยำเกรง แน่นอนที่สุด สังคมทางความรู้และศาสนาของเราที่เรียกว่า นักการศาสนา ก็จะมีอนาคตที่ดีกว่าวันนี้อย่างแน่นอน"

ในช่วงต้นของการพบปะ นักศึกษาศาสนาจำนวนหนึ่งจากสถาบันศาสนาเฮาซะฮ์เตหะรานได้กล่าวเสนอข้อคิดของพวกเขา มีดังนี้

สุภาพบุรุษ

ฮุจญตุลอิสลาม ฮุเซน ฮัลวออียอน นักศึกษาระดับสูง

ฮุจญตุลอิสลาม อุมีด ฟะชันดี บรรณาธิการนิตยสาร ทาละเบกี รัซทอคีซ

ฮุจญตุลอิสลาม มุศฏอฟา ญะลาลี ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศมหกรรมผลงานนักศึกษาศาสนาอัลลามะฮ์ ฮิลลี

ฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิด มูฮัมมัด กาซิม มูซาวีฟัร เลขาธิการการจัดประชุมวิชาการบะซีรัต

ฮุจญตุลอิสลาม มูฮัมมัด อับดุซซอลิห์ ชาฮ์นูช นักศึกษาระดับด็อกเตอร์

ฮุจญตุลอิสลาม ฮุเซน ซาเดห์ นักศึกษาระดับสูง

ฮุจญตุลอิสลาม มูฮัมมัด ริฎอ ฟะฆอนี นักกิจกรรมทางด้านวัฒนธรรมเกี่ยวกับเด็กและยุวชน

และฮุจญตุลอิสลาม มูฮัมมัด อัฟชอรี ผู้ก่อตั้งมูลนิธิญิฮาดี

สุภาพสตรี

คอดีญะฮ์ อะฮ์มะดี นักวิจัยดีเด่นสถาบันเฮาซะฮ์

ริฏวาน กุรบอนี บอวะรียอน นักวิจัยและนักศึกษาศาสนาระดับปริญญาตรี

ซุมัยยะฮ์ อะฮ์มะดี นักศึกษาระดับด็อกเตอร์

และฟาติมะฮ์ อะฮ์มะดี นักเขียนเจ้าของผลงาน 7 เล่ม

 

ประเด็นที่นำเสนอมีดังต่อไปนี้

ความจำเป็นในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับระบอบการปกครองจากนักศึกษาศาสนา

ความจำเป็นในการผลิตวิทยาการศาสนาและการดำเนินในการปฏิวัติ

การฟื้นฟูสำนักคิดทางทฤษฎีและการปฏิบัติของท่านอิมามโคมัยนี โดยถือว่าท่านนั้นคือผู้ปูพื้นฐานในการปฏิวัติ

ความจำเป็นในการเตรียมพร้อมของสถาบันศาสนาเฮาซะฮ์ในการตอบปัญหาในประเด็นใหม่ทางสังคม เศรษฐศาสตร์ นโยบายต่างประเทศ และวัฒนธรรม

ความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้างของบทเรียนในเฮาซะฮ์ที่เหมาะสมกับความต้องการของสังคมในวันนี้เป็นหลัก

ความจำเป็นในการร่วมมือของสถาบันศาสนากับหน่วยงานทั่วไปในการแก้ไขปัญหาทางสังคม

ความจำเป็นในการระบุและสรรหาเจ้าหน้าที่ๆมีประสิทธิภาพในการดำเนินการในสถาบันศาสนา

การกล่าววิจารณ์ถึงการไม่ให้ความสำคัญในสื่อออนไลน์ และความจำเป็นการจัดตั้งกลุ่มนิติศาสตร์สื่อออนไลน์ โดยเล็งเห็นถึงคุณค่าและบรรทัดฐานของการปฏิวัติอิสลาม

ความจำเป็นในการให้ความสำคัญกับการอบรมสั่งสอนเด็ก ยุวชนและการจัดพิมพ์ตำราเรียนทางศาสนาที่เหมาะสมกับกลุ่มอายุนี้

ความจำเป็นในการจัดตั้งค่ายญิฮาดีและบริหารจัดการทางวัฒนธรรมในสถาบันศาสนา

ความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมของนักศึกษาศาสนาในการเผชิญกับข้อสงสัยต่างๆ

 

700 /